2007/Dec/14

วันนี้เพิ่งกลับจากค่ายที่ อ. แม่อาย จ. เชียงใหม่ นำอุปกรณ์กีฬาไปให้น้องๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านแม่สาว ออกเดินทางวันที่ 13 ธ.ค ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ไปถึงที่หมายบ่ายสามกว่า...ความจริงมันไม่ได้ไกลกันขนาดนั้นหรอก เป็นเพราะรถเราเป็นรถบริการแก๊งจักรยานที่ปั่นจากมหา'ลัย มีจักรยานทั้งหมด 8 คัน...คนที่รอดไปถึงจริงๆ มี 3 คน พี่แจ๊ค อ. เหน่ง อ. เป้ สุดยอด! นอกนั้นก็ปั่นบ้าง อยากพักก็เปลี่ยนให้เพื่อนขี่ต่อ ฮ่าๆๆ

กลางคืนก็เล่นดนตรีบนเวทีให้ชาวบ้านแถวนั้นฟัง มีกิจกรรมเล็กน้อยให้เด็กๆ เล่น อ้อ มีขนมขายด้วยนะ อากาศหนาวมากๆ เสื้อที่เอาไปใส่บางไปนี่ใส่สองชั้นแล้วนะ พี่หนุ่ยใจดีให้แลกเสื้อเลยรอด เลิกงานมีข้าวต้มให้กินด้วย ผู้ชายนอนวัด ผู้หญิงดีหน่อยนอนบ้านพักอาจารย์ มีน้ำอุ่นให้อาบ นอนในห้องสบายๆหุหุ

เลยตื่นสายไปนิด กิจกรรมยามเช้ากับน้องๆ เลยไม่ได้ร่วมด้วยเลย ที่สำคัญไม่ได้เก็บภาพตอนส่งมอบของให้น้อง แต่ไม่เป็นไร อ. เป้คงเก็บภาพไว้แล้ว หลังจากนั้นก็มีเกมส์ให้น้องเล่น แบ่งเป็นฐานทั้งหมด 3 ฐาน จากนั้นกินข้าวแล้วก็กลับ

ป.ล. พี่แจ๊คปั่นจักรยานกลับเชียงรายคนเดียว

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันก่อนไปเล่นดนตรีที่ร้านกาแฟดอยช้างตามปกติ...เล่นเสร็จก็ขี่รถกลับบ้าน สะพายไวโอลินไว้ข้างหลัง แต่วันนั้นดั๊นสวนทางกับ เ-ก ลูกศิษย์ (...) มันบีบแตรทักทาย ดังนั้นสัญชาตญานก็บอกให้หาข้ออ้างไว้ทันทีว่าสะพายไวโอลินไปไหนมา เพราะว่า (...) อาจจะถามได้ไม่ช้าก็เร็ว และแล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ พอถึงบ้านไม่ทันไร (...) ก็โทรมา

"จิ๊กกุ่งเธออยู่ไหน"
"อยู่บ้านค่ะ" ตอบไปก่อน เพราะอยู่บ้านจริงๆ นี่
"เมื่อกี้ เ-ก มันเห็นเธอสะพายไวโอลิน ไปไหนมา"
".....เอ่อ.....ไปบ้านเพื่อนมาค่ะ เพื่อนสนใจไวโอลิน" ตอบข้างๆ คูๆ
"เพื่อนไหน??"
"เพื่อน....เอ่อ..ไม่ใช่เพื่อนที่มหาลัยค่ะ เพื่อนเก่าๆ" มุขตันสุดๆ อ่ะ
"เพื่อนเธอจะเล่นไวโอลินก๊ะ?"
"อ๋อๆ เปล่าๆ ค่ะ เพื่อนอยากให้เอามาดูก่อนเผื่อสนใจ" มุสา วาทา เวรมณี....
"เหรอ...เอ้อ ไหนว่าวันนี้เธอจะมาซ้อมที่บ้านฉันไง"
กำ..ลืมสนิทเลยว่าบอก (...) ไว้ว่าจะมาซ้อมวันจันทร์ แต่พอดีครูออดบอกมีเล่นที่ดอยช้างเลยไม่ลังเล แหะๆ รู้สึกจะลำเอียงมากไปหน่อยแฮะ :P
"อ๊า หนูลืมอ่ะค่ะ"
"เออๆ ไม่เป็นไร เพราะเธอก็ไม่ได้ไปเล่นอยู่แล้ววันที่ 16 อยู่แล้ว งั้นพรุ่งนี้เธอมาเร็วๆ หน่อยนะ ฉันจะนัดพวกนั้นด้วยมาซ้อมแต่เช้า เพราะว่าจะไปเล่นที่ อ. พญาเม็งรายวันที่ 25 นี้"
"ได้ค่ะ..."

รอดตัวกรู

2007/Nov/07

ไม่ได้เข้ามานานมาก มาถึงก็บ่นเลยดีกว่า เซ็ง...

วันนี้เกิดอาการเซ็งตะหงิดๆ ไม่รู้ทำไม

เซ็งเรื่องที่ 1 : เราเจอหย่องไวโอลินของเราที่(...)แฮบไป จะเรียกว่าแฮบรึป่าวไม่รู้นะ เพราะ(...)เค้าแก่แล้ว อาจจะหลงๆ ลืมๆ ตอนเข้าเรียนวันแรกๆ เค้าเอาไวโอลินของเราไปปรับ เค้าบอกว่าเสียงมันออกไม่ชัดฟังดูไม่เพราะ วันถัดมาเค้าเอามาคืนเรา ลองสีให้ฟัง เสียงมันออกชัดขึ้นแล้วก็ฟังดูกังวานกว่าเดิม (...)บอกว่าเป็นเพราะหย่องเราไม่ดีเพราะเอาไปตัดแต่งซะจนเสียรูป ซึ่งหย่องนั้นจริงๆ แล้วเพื่อนที่ชมรมคนนึงเค้าให้ใจดีให้เรามา แล้วเราก็เอาไปปรับที่ร้านลุงบุญแถวๆ สวนลุมไนท์ (...)บอกว่าหย่องนี้ไม่ดี เกรดก็ต่ำๆ (ของ Aubert, France นะ) เราก็หลงเชื่อด้วยความที่ยังอ่อนต่อโลกนัก ไวโอลินเราเลยได้หย่องโนเนมมาใช้ ก็แอบเสียดายหย่องเก่าเรานะ แต่ก็ตะหงิดๆอยู่ว่าทำไม (...) ไม่คืนหย่องให้เรา  และวันนี้เราเจอหย่องของเราติดอยู่ที่ไวโอลินของ (...) จำได้ว่าเป็นของเราแน่นอน ถึงแม้ว่าชื่อของลุงบุญที่เคยปั้มตราไว้จะหายไปด้วยประการใดๆ ก็ตาม แต่เราจำได้ถึงลวดลายของการตัดแต่งหย่องอันนั้น มันเป็นของเราแน่ๆ ความอึ้งกิมกี่ทำให้พูดอะไรไม่ออก แล้วก็ได้แต่เก็บอาการเคือง + เซ็งไว้ในใจ ทำอะไรไม่ได้เพราะ (...) เป็นคนที่เราว่าอะไรไม่ได้ท่านอาวุโสกว่าและเป็นที่เคารพรักของนักเรียนทุกคน

...ไว้อาลัยแด่หย่องของตัวเอง...คงไม่ได้กลับคืนมาแล้วล่ะ T^T และขอโทษน้องปอที่ให้หย่องพี่มาแต่พี่รักษามันไว้ไม่ได้ ฮือๆ...

 เซ็งเรื่องที่ 2 : จริงๆ เรื่องนี้มันจบไปแล้วนะ แต่ก็ขอเขียนหน่อยเหอะ เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นเราเรียนไวโอลินกับ อ. เกอตี้ แล้วเราโดนติเรื่องการจับโบว (คันสีไวโอลิน) เราดันไปบอก (...)เรื่องนี้ เค้าบอกว่าโบวเราอันนี้มันหนักไป เค้าเลยอาสาจะเอาโบวเราไปปรับแล้วเอาอันเก่าของเค้าใช้ไปก่อน ซึ่งน้ำหนักมันเบากว่า เราก็โอเค พอนานเข้าๆ รู้สึกว่านานเกินไปละ เราไปถามเค้าเรื่องโบวเราไปถึงไหนแระ เค้าบอกว่าเค้าเอาให้ลูกสาวเค้าไปใช้ที่กรุงเทพ เดี๋ยวปิดเทอมเอามาคืน...ทำงี้ได้ไง (คิดในใจ) ก่อนหน้านั้นถามซื้อโบวอันนี้ของเราด้วยแต่เราไม่ขาย โบวนี้มีคุณค่าทางจิตใจมาก น้องคนเดิมให้มาเป็นของขวัญวันเกิด โบวนี้สลักชื่อเราไว้ด้วย เรื่องไรจะขายวะ ...ว่าแล้วเราก็เออ ไม่เป็นไรรอจนถึงปิดเทอมลูกเค้ากลับมาค่อยไปเอาคืนก็ได้ ที่ไหนได้ลูกสาวเค้าดันไปให้เพื่อนยืมต่ออีกเพราะว่าโบวเพื่อนเค้าหักแล้วจะเอามาคืนทีหลัง...คิดดู๊ ถ้าคุณเป็นเจ้าของโบวสุดหวงแล้วมาเจอเรื่องแบบนี้เข้ามันปิ๊ดมั้ย?? เนื่องจาก (...) เป็นคนที่เราว่าอะไรไม่ได้เราก็ต้องเก็บกดกันต่อไป ถึงแม้ตอนนี้จะได้โบวคืนมาอย่างปลอดภัยแล้วก็ตาม แต่มันมีอะไรบางอย่างติดอยู่ในใจ ความไว้วางใจต่อ (...) เริ่มจะลดลงไป เรายังต้องเรียนกับเค้าไปอีกอย่างน้อยสามปี อนาคตอะไรจะเกิดขึ้นอีกบ้างเนี่ย เฮ้อ...

2007/Oct/12

วันที่ 9 ตุลา ไป ม. แม่ฟ้าหลวง ไปดู BSO เล่น...จากการได้ไปดู ทำให้รู้สึกว่าแม่ง ซ้อมทุกวันนี้ไม่รุ่งซะแล้ว แค่ดูการใช้โบวของเค้ากับของเราก็ต่างกันแล้ว เรามันง่อยจริงๆ น้ำหนักโบวก็ไม่มี แถมเบี้ยวอีก แล้วเวลาเค้าเล่น ไม่มีกระแทกโบวซักติ๊ด เหมือนครูออดบอก เสียงงี้เนียนอย่างกะลม ฟังแล้วรื่นหู

วันก่อนได้คุยกับน้องชา เด็กปั้นของเกอตี้ ว่าชีวิตประจำวันตอนอยู่ที่เบลเยี่ยมครั้งแรกเป็นไง เค้าบอกว่าสองสัปดาห์แรกสีสายเปล่าอย่างเดียวเลย (ทั้งที่ก่อนไปก็เก่งอยู่แล้วนะ) สีให้โบวตรงทุกสาย ที่บ้านเกอตี้มีกระจกเยอะมาก เอาไว้ดูตัวเองเวลาสี ช่วงที่ไปเรียนนั้นไม่ได้เรียนเพลงอะไรยากๆ เลย แค่แบบฝึกหัดก็โดนด่าทุกวันอยู่แล้ว ฟังแล้วดูกดดันมาก...แต่ตอนนี้น้องชาเก่งที่สุดในวง CYO ไปแล้ว

เทียบกับตัวเราแม่งง่อย...ตอนนี้หยุดซ้อมเพลงไว้ก่อน หันมาเริ่มสีสายเปล่าใหม่ให้โบวตรง ฝึกขูดสายให้โบวมีน้ำหนักเหมือนทีครูออดบอก สุดท้ายลงนิ้วไม่ให้เพี้ยน เฮ้ออ...สู้โว้ย!